ต้นแปะก๊วย จุดเด่นของฤดูใบไม้ร่วง…!!!

ต้นแปะก๊วยเป็นชื่อสมุนไพรจีนที่มีประโยชน์และสรรพคุณทางยาหลายประการดังนี้ สารสกัดจากใบช่วยบำรุงระบบไหลเวียนของโลหิต เมล็ดต้องขจัดสารพิษออกไปก่อนจึงจะกินได้ ใช้เป็นยาฝาดสมาน ระงับประสาท ขับเสมหะ แก้ไอ หืดหอบ บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด ขับพยาธิ ลดไข้ และสารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ๋ เป็นยาปฏิชีวนะต่อเชื้อวัณโรค เปลือกเมล็ดมีฤทธิ์กัดทำลาย เมื่อสัมผ้สจะทำให้ผิวหนังอักเสบ และมีผู้นำมาใช้เป็นยาฆ่าแมลง

ต้นแปะก๊วย

ฤดูชมต้นแปะก๊วยในประเทศญี่ปุ่น

การเดินทางในต่างประเทศ มักจะตรงกันกับช่วงฤดูร้อนหรือปีใหม่ และทำไมคุณไม่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศในฤดูอื่น โดยที่นำพักร้อนมาใช้ล่ะ อย่างไรก็ตามที่ต้องบอกว่าน่าเสียดาย หากคุณยังคงเดินทางท่องเที่ยวตามช่วงเวลาปกติ และหลายๆคน ต่างพลาดโอกาสที่จะได้เห็นวิวที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ นั่นก็คือฤดูชมต้นแปะก๊วยในญี่ปุ่น

ส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่าไม่มีที่ใดในโลกที่เราจะสนุกกับฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากเท่ากับที่เราทำในญี่ปุ่น

และจุดเด่นของฤดูใบไม้ร่วงคือต้นไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงและใบไม้สีเหลืองที่ทำให้ฤดูกาลนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น ในช่วงฤดูนี้ คุณจะเห็นได้ว่าใบของต้นแปะก๊วย ได้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองที่สวยงาม และมีถนนหลายสายในโตเกียวที่คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับการเปลี่ยนสีของใบของต้นแปะก๊วยได้

เมืองโตเกียวใช้ของต้นแปะก๊วย เป็นสัญลักษณ์เนื่องจากมีลักษณะเป็นตัวอักษร “T” ดังนั้นมหาวิทยาลัยโตเกียวจึงใช้สัญลักษณ์เดียวกันกับสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยและถ้าคุณมาที่มหาวิทยาลัยโตเกียว คุณจะเห็นต้นแปะก๊วย ตามริมถนนยาวไปจนถึงหน้าประตูรั้วมหาวิทยาลัยโตเกียว หากคุณมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงอย่าพลาดที่จะไปชมความงามของต้นแปะก๊วยนี้นะ

วันนี่เราจะมาบอกพิกัด 4 จุดชม ต้นแปะก๊วยในญี่ปุ่น สุดโรแมนติกมาแนะนำกัน

  1. ชมต้นแปะก๊วยที่ สวนโยโยกิ Yoyogi Park คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกันกับสถานีรถไฟฮาราจูกุและศาลเจ้าเมจิ เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้จำนวนมากมาย ที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่นรวมตลาดนัดเปิดท้ายขาย ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือฤดูกาลแห่งต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีของญี่ปุ่น
  2. ชมต้นแปะก๊วยที่ Showa Kinen Park เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกครบรอบ 50 ปีของจักพรรดิโช และยังถือเป็นจุดชมต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่สวย เพราะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ มีต้นแปะก๊วยจำนวนมากโน้มกิ่งลงมาเป็นอุโมงต้นแปะก๊วยแสนสวยที่มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ที่นี่มีการตกแต่งที่สวยงามมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุที่ถือเป็นไฮไลท์ของสวน
  3. ชมต้นแปะก๊วยที่ Ibaraki Prefectural Culture Center : ประมาณ 12 นาที เดินจากปะตูทิศใต้ (มินามิกุจิ) สถานีมิโตะ ที่นี่คือจุดพักผ่อนของชาวเมืองมิโตะ ตามทางเซนบะโกะ (ทะเลสาบเซนบะ) มีต้นเปะก๊วยเรียงรายกันอย่างสวยงาม เชิญเพลิดเพลินไปกับฤดูต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสี ณ มิโตะ โดยการถ่ายรูปกับต้นแปะก๊วย ช่วงที่เหมาะแก่การชม ต้นเดือน – ปลายเดือนพฤศจิกายน การเดินทาง เลี้ยวขวาตรงสัญญาณไฟจราจรที่ 2 ของทางแยกใหญ่จากประตูทิศใต้ (มินามิกุจิ) สถานีมิโตะ (ตรงกันข้ามกับ President Hotel Mito) ซึ่งถ้าเดินตรงไปจะเจอกับต้นแปะก๊วยที่ปลูกเรียงกัน
  4. ชมต้นแปะก๊วยที่ Ueno Park (上野公園) : ต้นแปะก๊วยเหลืองอร่อมในสวนใจกลางเมือง ใช่ว่าจะมีแต่ซากุระ และใบเมเปิ้ลเท่านั้น เพราะที่สวนอุเอโนะก็มีต้นแปะก๊วยอยู่มากมาย ที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงามไม่แพ้ที่อื่น อาณาเขตอันกว้างขวาง อีกทั้งเดินทางมาง่าย ทำให้สวนแห่งนี้เป็นเป้าหมายการชมต้นแปะก๊วยที่น่าสนใจ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพมากมาย อิ่มเอมกับบรรยากาศผ่อนคลาย ชมใบไม้งาม เมือถึงเวลาแพแปะก๊วยบนพื้นก็เป็นอะไรที่น่าโพสท่าถ่ายรูปไม่หยอก

ใบไม้เปลี่ยนสี ชวนน่าเที่ยว….!!!

ใบไม้เปลี่ยนสี ข้อมูลที่ควรรู้ที่เประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู้ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม่บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนจะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้นงดงามด้วยสีสดใสตระกาลตาน่าภิมย์ยิง ซึ่งน่าจะเรียกเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่าฤดูใบไม้ร่วง

ใบไม้เปลี่ยนสี

ตามปกติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่นราวต้นเดือนตุลาคม จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ แต่ช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานจะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และอุณภูมิในปีนั้นๆ

ช่วงเวลาที่สวยงาม และสุดแสนโรแมนติคอีกครั้งหนึ่งของญี่ปุ่น ก็คือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้ เพราะตามหุบเขา ธรรมชาติของญี่ปุ่น จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่พร้อมใจกันเพิ่มความงดงามให้กับขุนเขา แต่แข่งขันกันอวดสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมนต์เสน่ให้นักท่องเที่ยว ทั้งหลายต่างหลงใหล และติดใจ อยากจะมาชมความงดงามในทุกๆ ปี ถึงแม้ว่า ต้นไม้ทุกต้นในญี่ปุ่นจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี ในทุกพื้นที่ หรือทุกๆ เมืองของญี่ปุ่น แต่ถ้าหากท่านได้ไปชมความงดงาม ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ อย่างภูเขา ท่านจะได้รับความประทับใจอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หรือเขตโทโฮกุ และเส้นทาง Kurobe Alpine Route หรือรู้จักกันเป็นอย่างดีอีกชื่อหนึ่งคือ Japan Alp นั่นเอง ตั้งอยู่ในเขตจูบุ ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งการเดินทางยังมีความน่าตื่นเต้น ลัดเลาะไปตามขุนเขา หรือจะนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพิ่มอรรถรสในการชมธรรมชาติที่หุบเขาคุโรเบะได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ท่านยังจะได้พบเห็นน้ำตกที่สวยงาม และเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ รับรองได้ว่า ท่านจะประทับใจในทริปนี้ของท่านอย่างแน่นอน

ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นช่วงเวลาที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดของญี่ปุ่น เพราะมีสีสันสวยงามจากใบไม้ ส้ม แดง เหลืองที่สวยงามตามธรรมชาติด้วยสีใบไม้แต่ละพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้วิวทิวทัศน์ต่างๆนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งประเทศญี่ปุ่นมีภูมิประเทศที่มีระยะห่างจากเหนือจรดใต้ค่อนข้างมาก ทำให้สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้เป็นระยะเวลาเกือบๆ 3 เดือนเลยทีเดียว ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีไล่จากทางเหนือลงใต้ โดยเริ่มประมาณกลางเดือนกันยายนบนยอดเขาของภูมิภาคฮอกไกโดแล้วค่อยๆเลื่อนลงพื้นที่ต่ำกว่าและลงไปทางใต้จนถึงโตเกียว โอซาก้า ประมาณครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายน และทางตอนใต้สุดของภูมิภาคคิวชูช่วงครึ่งแรกของเดือนธันวาคม

ในวันนี้เราจะมาแนะนำ 4 สถานที่ท่องเที่ยวชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจแน่นอน

  1. ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เพื่อนๆส่วนใหญ่คงพอรู้จักหรือได้ยินชื่อมากันบ้างอยู่แล้วสำหรับเจ้าปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ เพราะถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญในการชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโอซาก้า ที่ไม่ว่าใครมาเมืองนี้ก็ต้องแวะมาที่นี่ด้วย สำหรับปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1583 ผ่านภัยทางธรรมชาติและสงครามมาสาระพัดจนถูกบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1995 โดยที่มีทั้งทั้งหมด 8 ชั้น ก็คือตัวปราสาท 5 ชั้นและชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้นตัวปราสาทยิ่งใหญ่กว้างขวางมากๆ
  2. ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ ถนนมิโดซุจิ ถนนมิโดซุจิเป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงของโอซาก้า และเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบฟินๆได้แม้อยู่ใจกลางเมือง เพราะตลอดสองข้างถนนสายยาวนี้มีต้นแปะก๊วยปลูกอยู่กว่า 800 ต้น และแน่นอน่าสามารถเดินช็อปปิ้งชิวๆได้สบาย
  3. ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Hoshi no Buranko ใครที่กลัวความสูงขอให้ข้ามที่นี่ไปเลย เพราะที่นี่เป็นสะพานแขวนยาว 280 เมตร และสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตรเหนือพื้นดิน เป็นสะพานแขวนที่ทำจากไม้กระดานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สามารถมองวิวได้ 360 องศาเลย แม้จะหวาเสียวแต่ที่นี่เป็นจุดชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากเลยนะ
  4. ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวน RIKUGIEN (TOKYO) สวนแห่งนี้เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่นิยมมากแห่งหนึ่ง ได้รับการกล่าวขานให้เป็นหนึ่งในสองสวนเลื่องชื่อแห่งเอโดะควบคู่กับสวนโคอิชิคาวะ โคราคุเอ็น ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนธันวาคม เราจะได้เห็นทัศนียภาพของสวนสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางสีสันของใบไม้ มีต้นเมเปิ้ลที่เรียงรายอยู่ริมคลอง ตรงกลางของสวนจะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่